เนื้อหาบทเรียน
   



อักษรภาษาอาหรับ

อักษรอาหรับ

    อักษรอาหรับ เป็นอักษรที่มีความสำคัญในศาสนาอิสลามเพราะคัมภีร์อัลกุรอานเขียนด้วยอักษรนี้ อักษรนี้จึงมีใช้แพร่หลายในกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลาม แม้แต่ภาษานอกกลุ่มเซมิติก เช่น ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอูรดู และ ภาษายาวี ตัวอักษรมีหลายแบบแต่รูปร่างของอักษรเหมือนกัน 


โครงสร้างของอักษรอาหรับ

           รูปแบบเดิมคือ แบบอับญะดีย์ (Abjadī أبجدي) เป็นการจัดเรียงตามอักษรฟินิเชียน คล้ายกับการเรียงแบบ ABC ในภาษาอังกฤษ

           รูปแบบที่ใช้ในปัจจุบันคือ แบบฮิญาอีย์ (Hejā’i هجائي) ซึ่งเรียงตามรูปร่างของอักษร

การจัดเรียงแบบ อับญะดีย์ เป็นการจับคู่อักษรอาหรับ 28 ตัวกับอักษรฟินิเชียน 22 ตัว ที่เหลืออีก 6 ตัว เรียงไว้ข้างท้าย
ٲ ب ج ده و ذح ط ي ك ل م ن س ع ف ص قرش ت ث خ زض ظ غ

ขึ้นด้านบน

การใช้อักษรอาหรับเขียนภาษาต่าง

มีการใช้อักษรอาหรับเขียนภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอาหรับอย่างกว้างขวาง โดยมีการปรับแต่งหรือเพิ่มลักษณะเพื่อแทนเสียงที่ต่างไปจากอักษรอาหรับตัวอย่างเช่น ภาษาอาหรับไม่มีเสียง/ป/ ฉะนั้น ภาษาอื่น ๆ ที่มีเสียง /ป/ จึงต้องสร้างอักษรของตัวเองขึ้นมา การเพิ่มเติมนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ

1.         กลุ่มอักษรดัดแปลงของเปอร์เซียใช้กับภาษาในอินเดียทั้งหมดรวมทั้งภาษาตุรกี

2.         กลุ่มอักษรอยามีใช้ในแอฟริกาตะวันตก

3.         อักษรยาวีใช้ในภาษามาเลย์

ภาษาปัจจุบันที่เขียนด้วยอักษรอาหรับได้แก่

           ภาษาเคิร์ดและภาษาเติร์กเมนในอิรัก

           ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอาเซอรี ภาษาโวรานี-เคริ์ด ภาษาบาโลชิ ในอิหร่าน

           ภาษาดารี ภาษาพาชตูและภาษาอุซเบกในอัฟกานิสถาน

           ภาษาอูรดู ภาษาปัญจาบ (ชาห์มูคี) ภาษาสินธี ภาษาแคชเมียร์ และภาษาบาโลชิในปากีสถาน

           ภาษาอูรดูและภาษาแคชเมียร์ในอินเดีย

           ภาษาอุยกูร์ ภาษาคาซัคและภาษาคีร์กีซในจีน

           ภาษามาเลย์ในบรูไน และใช้เป็นภาษาตำราศาสนาอิสลามในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย

           ภาษาโคโมรอส (ใช้ร่วมกับอักษรละติน) ภาษาโวลอฟในซาอีร์-คองโก

           ภาษาฮัวซาใช้ในทางศาสนา

           ภาษามันดินกา

           ภาษาทามาไซต์และภาษากลุ่มเบอร์เบอร์อื่นๆ

ภาษาที่เคยเขียนด้วยอักษรอาหรับมาก่อนแต่เลิกใช้แล้วในปัจจุบัน ได้แก่

           ภาษาอัลเบเนีย

           ภาษาอาเซอรี (ในอาร์เซอร์ไบจาน)

           ภาษาไบโลรัสเซีย

           ภาษาเบอร์เบอร์

           ภาษาบอสเนีย

           ภาษาคาซัค ในคาซัคสถาน

           ภาษาคีร์กิซ ในคีร์กิสถาน

           ภาษามาเลย์ (ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย)

           ภาษามัวร์

           ภาษาสันสกฤต

           ภาษาโซมาลี

           ภาษาตุรกี (ออตโตมัน)

           ภาษาเติร์กเมน ในเติร์กเมนิสถาน

           ภาษาอุซเบก ในอุซเบกิสถาน

           ภาษาของชาวมุสลิมในอดีตโซเวียตรัสเซีย

ขึ้นด้านบน

การเขียนอักษรอาหรับ

การเขียนอักษรอาหรับเป็นการเขียนแบบต่อเนื่องกันไป อักษรแต่ละตัวมีรูปร่างต่างไปขึ้นกับตำแหน่งในคำว่าอยู่ต้น กลางหรือท้ายคำ มีอักษร 6 ตัวที่มีเพียงแบบเดี่ยวกับท้ายคำ ดังนั้นเมื่อตามหลังอักษรตัวอื่นจะไม่มีการเชื่อมต่อและอักษรตัวต่อไปจะใช้แบบต้นคำหรือแบบเดี่ยวถ้าไม่มีแบบต้นคำ อักษรที่ไม่มีแบบต้นคำหรือกลางคำจะไม่ใช้เป็นตัวตามอักษรอื่นแม้ภายในคำ ฮัมซะหฺ ไม่ใช้นำหน้าหรือตามหลังอักษรอื่นบางครั้งใช้เขียนบนวาว ยาอุ หรือ อะลิฟเพื่อแสดงเสียง/อ/ อะลิฟ มักศูเราะหฺ (alif maqsurah) ในภาษาอาหรับ รูปร่างเหมือนตัวยาอุที่ไม่มีจุดข้างล่าง (ی) ใช้เฉพาะตำแหน่งท้ายคำเท่านั้น ใช้แทนเสียงสระอา เช่นเดียวกับ อะลิฟในภาษาเปอร์เซียและภาษาอูรดูเรียก ฟาร์ซี เยห์ (Farsi yeh) ซึ่งมีรูปต้นคำกับกลางคำด้วย ส่วนอะลิฟ มักศูเราะหฺ ไม่มีรูปดังกล่าว

ขึ้นด้านบน


การเชื่อมต่อ

การเชื่อมต่อที่เป็นรูปแบบเฉพาะคือ ลาม + อะลิฟ ( لا) ตัวอย่างเช่นคำว่า อัลลอฮฺ เขียนได้เป็น اﷲ

 ฮัมซะหฺ

ในระยะแรก อะลิฟใช้แทนเสียง/อ/ ซึ่งเป็นลักษณะที่มาจากอักษรฟินิเชียน ปัจจุบันนำมาใช้แทนสระเสียงยาวเช่นเดียงกับวาวและยาอุ ทำให้เกิดความคลุมเครือว่าอะลิฟตัวนั้นแทนเสียง /อ/ หรือสระอา อักษรอาหรับปัจจุบันจึงเพิ่มฮัมซะหฺใช้แทนเสียง /อ/ ซึ่งปรากฏได้ทุกที่ภายในคำ เขียนทั้งโดยลำพังและเกาะกับอักษรอื่น

ซัดดะหฺ

ซัดดะหฺ ( ّّّ_ ّ( บ่งถึงการซ้ำพยัญชนะ โดยเขียนบนพยัญชนะตัวที่ 2 เมื่อมีการซ้ำ

ซูกูน

พยางค์ในภาษาอาหรับมีทั้งพยางค์เปิด และพยางค์ปิดซึ่งใช้กับสระเสียงสั้นเท่านั้น เมื่อเป็นพยางค์ปิดพยัญชนะตัวที่เป็นตัวสะกดจะไม่มีเสียงสระ และใช้เครื่องหมายซุกุนเพื่อลดความคลุมเครือ โดยเฉพาะเมื่อตัวหนังสือนั้นไม่ได้แสดงเครื่องหมายการออกเสียง ตัวหนังสือมาตรฐานนั้นจะมีแต่พยัญชนะเท่านั้น เช่น qalb “หัวใจเขียนเป็น qlb

ซูกูนเป็นตัวบ่งชี้ให้รู้ว่าตรงไหนไม่ต้องใส่เสียงสระ คำ qlb อาจหมายความว่าจะใส่เสียงสระเข้าที่ q l หรือ b ก็ได้ แต่เมื่อเติมซุกุนเหนือตัว l และ b ทำให้รู้ว่าต้องใส่สระที่ตัว q เท่านั้น เขียนได้ว่า قلْبْ เมื่อกำหนดการออกเสียงโดยสมบูรณ์จะเพิ่มเครื่องหมายฟัตฮะหฺ เป็น قَلْبْ คัมภีร์อัลกุรอ่านเป็นหนังสือที่แสดงการออกเสียงโดยสมบูรณ์ นอกจากนั้นแล้ว การใส่ซูกูนเหนือตัวยาอุเพื่อกำหนด /อี/ และ วาว เพื่อกำหนด /อู/ พบน้อยมาก เพราะยาอุ + ซุกุน อาจอ่านเป็น /ไอ/ และวาว + ซุกุนอาจอ่านเป็น /อัว/

ตัวอักษร m-w-s-y-q-ā ( موسيقى มีอะลิฟ มักศูเราะหฺที่ท้ายคำ) ปกติอ่านเป็น mūsīqā (ดนตรี) ถ้าเขียนซุกุนบนตัววาว ยาอุ และอลิฟ เป็น موْسيْقىْ จะอ่านเป็น mawsaykāy (ควรจำไว้ว่า อะลิฟ มักศูเราะหฺแม้จะอยู่ท้ายคำแต่ไม่ต้องใส่ซุกุน คำนี้จะถูกเขียนเป็น مُوْسِيْقَى ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน (ถ้ามีคำนี้อยู่) หรือ مُوسِيقَى โดยทั่วไป ซุกุนจะไม่วางที่ตำแหน่งท้ายคำแม้ว่าพยัญชนะนั้นจะไม่มีเสียงสระ

สระ

ในภาษาอาหรับไม่เขียนสระเสียงสั้นยกเว้นในหนังสือศักดิ์สิทธิ์เช่น อัลกุรอ่าน จะใช้เฉพาะเมื่อกิดความคลุมเครือขึ้น โดยเครื่องหมายสระเสียงสั้นจะเป็นเครื่องหมายอยู่บนหรือล่างพยัญชนะ ในกรณีสระเสียงยาว เช่น /อา/ จะแสดงโดยใช้เครื่องหมายสระเสียงสั้นคู่กับอะลิฟ (/อา/) ยาอุ (/อี/) หรือ วาว (/อู/) เสียงสระอาตามด้วยฮัมซะหฺจะแทนด้วยอะลิฟ มัดดะหรือเขียนฮัมซะหฺ แล้วตามด้วยอะลิฟ อักษรยาอุที่แทนสระอาจเชื่อมต่อกับพยัญชนะตัวต่อไปได้

ตันวิน ( -ٌ -ٍ )

ใช้กำหนดการลงท้ายทางไวยากรณ์ด้วย /อัน/ /อิน/ และ /อุน/ ในภาษาอาหรับโบราณมักใช้เชื่อมกับอะลิฟ แต่ไม่ค่อยใช้ในภาษาสมัยใหม่

ตัวเลข

ตัวเลขที่ใช้มี 2 แบบ คือแบบมาตรฐานกับแบบอาหรับตะวันออก ที่ใช้ในอิหร่าน ปากีสถาน และอินเดีย ในภาษาอาหรับเรียกเลขนี้ว่า ตัวเลขอินเดีย (هنديه أرقام arqām hindiyyah) ในแอฟริกาเหนือปัจจุบันใช้ตัวเลขแบบตะวันตก ในยุคกลางมีการใช้ตัวเลขแบบตะวันตกที่ต่างไปเล็กน้อย (เช่นจากอิตาลี) การเขียนตัวเลขต่างจากตัวอักษรคือเขียนจากซ้ายไปขวา

นอกจากนี้อักษรอาหรับใช้แทนเลขได้ด้วยแต่ใช้น้อยในปัจจุบัน การใช้ขึ้นกับอันดับอับญะดีย์ เช่น ا= 1 ب = 2 ج= 3 จนกระทั่ง 1000 = غ




กลับขึ้นด้านบนขึ้นด้านบน
                                                             เนื้อหาบทเรียน
<<  :::home:::  >>